วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

อยากเป็นคนฝรั่งเศส [ทำไง -O-]

Assemblee nationale
มาแย้ว...^O^กลับมาตามสัญญาที่ว่าจะเล่าถึงกฎหมายฝรั่งเศส แต่ขอหยิบยืมกฎหมายที่ขอสัญชาติฝรั่งเศสล่ะกัน วันนี้มีเรื่องดีๆมาเล่าคือที่โรงเรียนมีกิจกรรมวันชาติฝรั่งเศส(14 กรกฎาคมของทุกปี)เพื่อนๆห้อง 5/7
มีการเต้นประกอบเพลง และมีการร้องเพลงเดี่ยวให้ฟังด้วย(ร้องเพราะมากๆ) และมีการจัดบอร์ดด้วย ใกล้จะ งานจบ ก็แจกขนมอร่อยๆให้เพื่อเป็นของรางวัลในการจัดบอร์ดนั่นเอง งานนี้ต้องขอขอบพระคุณ คุณครู
เกรียงไกร ทองชื่นจิต ที่ถ่ายรูปกับพวกเรา และแนะนำการแสดงให้กับพวกเรา และคุณครูมนัส หรั่งเทศ ที่สนับสนุนเรื่องการแข่งขันวาดรูป และคุณครูเฉลิม บุญวรรโณ ที่มอบของรางวัลแก่พวกเราค่า...>O<

ขั้นตอนการขอสัญชาติฝรั่งเศส
ขั้นตอนการขอสัญชาติฝรั่งเศสโดยการแต่งงาน

-คู่สมรสของบุคคลที่มีสัญชาติฝรั่งเศส สามารถขอสัญชาติฝรั่งเศสได้ หลังจากแต่งงานจดทะเบียนสมรส ได้ 3 ปี และใช้ชีวิตสมรสร่วมกันจริงๆ
อันดับแรก ต้องยื่นคำขอต่อศาลในเขต ที่ผู้ยื่นขอมีทำเนาที่อยู่อาศัยอยู่ พร้อมเอกสารดังต่อไปนี้
1. สำเนาใบสำคัญการสมรส ( l’acte de mariage )
2. คำรับรองของคู่สมรสทั้งสองที่ยืนยันว่าใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน
3. ใบรับรองสัญชาติฝรั่งเศสของคู่สมรสที่ถือสัญชาติฝรั่งเศส
4. ใบรับรองความประพฤติหรือใบรับรองการสอบประวัติอาชญากรรม ( un extrait du casier judiciaire )
5. ต้องอาศัยอยู่ในฝรั่งเศสเป็นระยะเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 1 ปีหลังการแต่งงาน
6. ต้องมีความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศสเพียงพอ
7. สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว( titre de séjour )
8. กรณีที่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน ต้องแสดงเอกสารการจดทะเบียนสมรสและการจดทะเบียนหย่า
9. ในกรณีที่มีบุตร ต้องแสดงสำเนาสูติบัตรของบุตรผู้เยาว์ที่ไม่ใช่ชาวฝรั่งเศส พร้อมหลักฐานการ พำนักอาศัยกับผู้ร้องขอ
-เมื่อเอกสารครบแล้ว ตุลาการศาล จะมอบใบรับรองการยื่นคำขอ ( un récépissé ) ให้แก่ผู้ขอ พร้อมกับ ยื่นเรื่องไปยังกรมตำรวจให้ดำเนินการสอบสวน เกี่ยวกับชีวิตสมรส ความประพฤติ ความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศส จากนั้นกรมตำรวจก็จะส่งผลการสอบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการโอนสัญชาติ ขั้นตอนทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับรองการยื่นคำขอ
-ส่วนหนึ่งของกฎหมายใหม่เกี่ยวกับสัญชาติที่ ได้รับการโหวตเสียงยอมรับจาก Assemblée Nationale (สภาผู้แทนราษฎร ) และรอการพิจรณาจาก Sénat ( วุฒิสภา )

DISPOSITIONS RELATIVES À LA NATIONALITÉ
Article 59
Les deux premiers alinéas de l'article 21-2 du code civil sont remplacés par trois alinéas ainsi rédigés :
« L'étranger ou apatride qui contracte mariage avec un conjoint de nationalité française peut, après un délai de quatre ans à compter du mariage, acquérir la nationalité française par déclaration à condition qu'à la date de cette déclaration, la communauté de vie tant affective que matérielle n'ait pas cessé entre les époux depuis le mariage et que le conjoint français ait conservé sa nationalité. « Le délai de communauté de vie est porté à cinq ans lorsque l'étranger, au moment de la déclaration, ne justifie pas avoir résidé de manière ininterrompue et régulière pendant au moins trois ans en France à compter du mariage.« Le conjoint étranger doit en outre justifier d'une connaissance suffisante, selon sa condition, de la langue française. »
-สรุปได้ว่า คนต่างด้าวที่จดทะเบียนสมรสกับผู้ที่มีสัญชาติฝรั่งเศส สามารถขอสัญชาติฝรั่งเศสได้ หลังจากแต่งงานได้ 4 ปี
-เป็นอันว่ากฏหมายว่าด้วยคนต่างด้าวได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อ 26/7/2006
-สำหรับคนที่แต่งงานจดทะเบียนสมรสกับชาวฝรั่งเศส ก็ต้องรอถึง 3 ปี ถึงจะได้รับ « Carte de résident » และถ้าต้องการถือ สัญชาติฝรั่งเศสก็ต้องรอถึง 4 ปี
สุดท้าย ท้ายสุด ต้องขอขอบพระคุณคุณครูทุกๆท่านที่มาร่วมในงานนี้น่ะค่ะ ^o^ แล้ววันหลังจะเอารูปงานวันชาติฝรั่งเศสมาฝากน่ะ ^ ^

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

กฎหมายควรรู้ [จริงๆน่ะ >o<]

อ้า... วันนี้กลับมาพร้อมความรู้เช่นเคย เราจะพูดถึงกฎหมายฝรั่งเศสกัน แต่เป็นคำศัพท์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องน่ะ แล้ววันหลังจะเล่าถึงกฎหมายล่ะกัน ^O^
ภาพวันนี้เป็นภาพที่เพื่อนๆคงรู้จักกันบ้าง นั้นก็คือภาพป้ายชื่อถนนชองป์เซลิเซ่ เห็นว่าเก๋ดี เลยเอามาใส่ ใครชอบก็เม้นกันมาน่ะจ๊ะ >o<

Abus (n.m) (กฎหมายทั่วไป) การละเมิด, การเอาเปรียบ หรือ กระทำเกินเหตุ
คำว่า abus หรือ action abusive หมายถึง การกระทำที่เกินเหตุ การละเมิด หรือ การเอาเปรียบ
เราจะพบคำนี้ได้ในหลายกรณี เช่น
abus du droit หมายถึง การใช้สิทธิเกินส่วน
abus de confiance หมายถึง การยักยอก
abus de domination หมายถึง การเอารัดเอาเปรียบโดยผู้ที่มีส่วนแบ่งในตลาดมากจนสามารถกำหนดทิศทางของตลาดนั้นๆได้ โดยหมายถึง การเอารัดเอาเปรียบกันระหว่างคู่แข่งขันทางการค้า หรือ Abus de position dominante และการเอารัดเอาเปรียบลูกค้า หรือ ผู้ค้ารายย่อย โดยผู้ค้าส่ง หรือ Abus de dépendance économique
abus des biens sociaux หมายถึง การที่ผู้บริหารบริษัท นำทรัพย์สินของบริษัทไปใช้ในทางมิชอบ
clause abusive หมายถึง ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม เป็นต้น


Bien-être (n.m) สวัสดิการ (รัฐธรรมนูญ, กม. แรงงาน)
คำว่า bien être ตามปกติแล้วไม่ได้เป็นศัพท์เฉพาะทางกฎหมาย โดยจะหมายถึง ความกินดีอยู่ดี คำนี้เราจะพบบ่อยในทางเศรษฐกิจ
ในส่วนของวิชากฎหมาย เรามักจะพบคำนี้ได้ในกฎหมายแรงงาน โดยจะหมายถึง "สวัสดิการ" อย่างไรก็ดี โดยความหมายของ bien être หมายถึง สภาพความกินดีอยู่ดี อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ดังนั้น เมื่อ จะกล่าวว่านายจ้างให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง เรามักจะพบประโยคว่า L'employeur assure le bien-être de ses employés.
ตัวอย่างการใช้คำนี้ เราจะพบในบทนำของรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐที่ 4 ของประเทศฝรั่งเศสปี 1946 (
Préambule de la Constitution du 27 octobre 1946 de la IV République) ข้อ 17 ได้บัญญัติไว้ถึงการใช้ทรัพยากรและความพยายาม เพื่อพัฒนาประเทศ เพิ่มพูนความกินดีอยู่ดี (bien-être) และรักษาความสงบเรียบร้อยของชาติ
(...ปัจจุบัน ประเทศฝรั่งเศสใช้รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐที่ 5 ปี 1958 (Constitution de la V République du 4 octobre 1958) แต่บทนำของ รัฐธรรมนูญปี 1946 ยังคงถูกพิจารณาว่ามีศักดิ์เทียบเท่ากับรัฐธรรมนูญอยู่...)

Bon père de famille วิญญูชน (กม.แพ่ง)
ศัพท์คำนี้มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน Bonus pater familias ในสมัยโรมันนั้น พ่อ (หรือหัวหน้า) ที่ดีของครอบครัว เป็นผู้ที่จัดการบริหารทรัพย์สินของครอบครัว เป็นที่น่าสังเกตว่า ชายใดที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม จะไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเองตามกฎหมาย
ปัจจุบัน คำว่า bon père de famille ปรากฏอยู่ในกฎหมายหลายมาตราของฝรั่งเศส ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวพันกับการเก็บรักษา บริหาร และจัดการทรัพย์สินของผู้อื่น ด้วยความระมัดระวัง เปรียบเสมือนเป็นทรัพย์สินของตัวเอง
เช่น ในมาตรา 1728 ของประมวลกฎหมายแพ่งของประเทศฝรั่งเศส บัญญัติว่า ผู้เช่าทรัพย์ต้องใช้ทรัพย์ที่เช่าเยี่ยงวิญญูชนพึงปฏิบัติ หลักนี้ถูกใช้ในกรณีอื่นๆอีก ตามประมวลกฎหมายแพ่งของประเทศฝรั่งเศสเช่น การบริหารทรัพย์สินของผู้เยาว์โดยผู้แทนโดยชอบธรรม (มาตรา 450) และการเก็บรักษาและใช้ทรัพย์ที่ยืมมา (มาตรา 1880) เป็นต้น
คำว่า bon père de famille ในบางกรณี อาจเทียบได้กับคำว่า l'homme raisonnable หรือ l'homme droit et avisé โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพูดถึงความรับผิดของผู้ที่สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยไม่เจตนา


Retrait (n.m) ถอน (กม.ปกครอง)
คำว่า Retrait หมายถึง การถอนออก หรือการยกเลิก โดยมักใช้ในกรณีที่ฝ่ายบริหาร ยกเลิกคำสั่งทางปกครองของตนเอง เช่น เมื่อเราต้องการพูดว่า นายกเทศบาลได้ถอนใบอนุญาตการก่อสร้าง เราจะพูดได้ว่า Le maire a retiré le permis de construire.
นับตั้งแต่คำพิพากษาของ Conseil d'Etat, 26 octobre 2001, "Ternon" ฝ่ายบริหารสามารถถอนคำสั่งทางปกครองได้ภายใน 4 เดือนจากวันที่พิมพ์ประกาศคำสั่งนั้นๆ (เพิ่มระยะเวลาจากเดิม 2 เดือน) หลังจาก 4 เดือนแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถจะร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ยกเลิกคำสั่งนั้นๆโดยตรงได้ เนื่องจากจะถือว่าคำสั่งนั้นกลายเป็นคำสั่งถาวร หรือ L'acte est devenu définitif. อย่างไรก็ตาม หากในอนาคต ฝ่ายบริหารออกคำสั่งอื่นๆ ต่อเนื่องมาจากคำสั่งถาวร อันผิดกฎหมาย ผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องต่อศาลเพื่อให้ยกเลิกคำสั่งหลัง โดยอ้างว่าคำสั่งแรกไม่ชอบด้วยกฎหมายได้

นอกจากนั้น คำสั่งเฉพาะตัวอันไม่สร้างสิทธิ์กับตัวผู้รับคำสั่งนั้น ผู้รับคำสั่งสามารถร้องต่อศาลเพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งนั้นได้ โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา

Annulation (n.f.) ยกเลิก (กม.ทั่วไป กม.แพ่ง)
Annulation หรือ การยกเลิก มักใช้เพื่อกล่าวถึงการที่ศาลตัดสินยกเลิกนิติกรรมต่างๆ เนื่องจากนิติกรรมนั้นๆ มีเหตุอันทำให้เป็นโมฆะ คำว่า โมฆะ หรือ nullité ในกฎหมายฝรั่งเศสจะต่างจากกฎหมายไทยโดย nullité มี 2 ประเภท คือ

1. nullité absolue โดยผู้มีส่วนได้เสียทุกคน รวมถึงผู้พิพากษาสามารถยกขึ้นมาอ้างเป็นเหตุในการให้ยกเลิกนิติกรรมได้ เช่น เมื่อผู้เยาว์ (mineur) หรือ ผู้ไร้ความสามารถ (incapable majeur) ทำนิติกรรมสัญญา
2. nullité relative ซึ่งเฉพาะผู้เสียหายจากเหตุนั้นๆเท่านั้น จะสามารถอ้างเหตุนั้นได้ หากไม่ได้อ้าง ศาลก็ไม่สามารถยกขึ้นมาเป็นเหตุยกเลิกนิติกรรมได้ เช่น การสำคัญผิดในสาระสำคัญ (erreur sur la qualité essentielle) เป็นต้นสามารถมีเหตุมาจากการที่ผู้ทำสัญญาเป็นผู้เยาว์ หรือผู้ไร้ความสามารถ ก็ได้
การเป็นโมฆะ หรือ nullité ก่อให้เกิดผลย้อนหลัง หรือ effet rétroactif โดยจะกลับไปสู่สถานการณ์ ก่อนเกิด นิติกรรมนั้นๆ เช่น หากสัญญาซื้อขายถูกยกเลิก ผู้ซื้อจะต้องคืนของที่ซื้อแก่ผู้ขาย และผู้ขายจะต้องคืนเงินแก่ผู้ซื้อ เป็นต้น

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

Temps [อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของใคร?]

หวัดดีเพื่อนๆ วันนี้มีความรู้มาฝาก เป็นเรื่อง Temps (กาล) มาศึกษากันอีกรอบ และภาพนี้ก็คือโรงละครโอเปร่าของฝรั่งเศสซึ่งที่ฝรั่งเศสก็มีชื่อเสียงในการแสดงโอเปร่า นอกเรื่องเยอะแล้ว มาดู Temps กันเถอะ ^o^

1.Présent หรือกาลปัจจุบัน
โดยทั่วไปแล้วบอกให้รู้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นขณะที่พูด
ฉันอาบน้ำ / Je prends une douche
ฉันหิว / J’ai faim
นอกจากนี้ le présent ยังใช้กับ ;
-เหตุการณ์หรือสิ่งที่เป็นจริงโดยทั่วไป เช่น พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก / Le soleil se lève à l’est.
- ใช้ในการเล่าเรื่อง เหตุการณ์ในอดีต (บอกให้รู้ไว้เฉยๆ แต่ในชีวิตประจำวันจริงๆไม่ค่อยได้ใช้หรอกค่ะ
- ใช้กับการกระทำที่เป็นกิจวัตร เช่น เขาทานอาหารเย็นตอนสองทุ่ม / Il dîne à 8 heures.
- ใช้กับเหตุการณ์ในอนาคตที่แน่ใจว่าต้องเกิดขึ้นแน่ๆ เช่น Je reviens dans cinq minutes. / อีกห้านาทีฉันจะกลับมา

2. Passé / อดีต
2.1 Imparfait -ใช้เล่าหรือบรรยายเหตุการณ์ในอดีตโดยไม่เจาะจงเวลา เช่น เล่าเหตุการณ์สมัยเด็กๆ
Quand j’étais petite, J’habitais avec mes parents dans une petite maison au pied de la montagne, …….
สมัยที่ฉันยังเด็ก ฉันอาศัยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ในบ้านหลังเล็กๆใกล้ตีนเขา………
-ใช้เมื่อมีสองเหตุการณ์เกิดขึ้น ในอดีต เหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาแทรก เช่น เมื่อวานนี้ขณะที่ฉันกำลังปั่นจักรยานอยู่ ทันใดนั้นลูกหมาตัวหนึ่งก็วิ่งตัดหน้า
/Hier je roulais sur mon vélo, tout un coup un petit chien m’a coupé la route.
จะสังเกตุเห็นว่าเหตุการณ์แรกที่ใช้ Imparfait เกิดขึ้นยาวนานกว่าเหตุการณ์ที่สอง ซึ่งเกิดขึ้นแล้วก็จบทันที

2.2 Passé composé ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงทันทีทันใดในเวลาที่เจาะจง
Hier soir, j’ai téléphoné à une amie. / ฉันโทรศัพท์ไปหาเพื่อนเมื่อวานนี้
Avant-hier, je suis allée au bois en vélo. เมื่อวานซืนฉันขี่จักรยานไปเที่ยวสวน.
2.3 Plus-que-parfait บอกเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีตเช่นกัน และใช้กับ ประโยคเงื่อนใข ใช้น้อยค่ะ tense นี้
Si j’avais su, je ne serais pas parti./ ถ้าฉันรู้ ฉันคงไม่ไปหรอก

3.Futur / อนาคต
3.1 Futur simple บอกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
J’irai te chercher à l’aéroport. / ฉันจะไปรับเธอเองที่สนามบิน
Je partirai en vacances le 15 juillet. / ฉันจะไปพักร้อนวันที่ 15 กรกฎาคม
3.2 Futur proche /ใช้กับ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
Je vais me laver. / ฉันไปอาบน้ำแล้วล่ะ
Tu vas partir ?เธอจะไปแล้วหรือ
3.3Futur antérieur / ใช้บอกเหตุการณืในอนาคตที่เกิดขึ้นก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอนาคตเช่นกัน
Dès que tu auras fini ta valise , nous partirons / เราก็จะไปกันในทันทีที่เธอจัดกระเป๋าเสร็จ

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ขำขันฝรั่งเศส [ฮ่าๆๆ ^o^"]

วันนี้มีเรื่องสนุกๆมาให้อ่านกัน เป็นเรื่องขำขันที่เป็นภาษาฝรั่งเศส เพื่อนๆอ่านแล้ว คงจะได้ความรู้ไม่มากก็น้อย เชิญอ่านกันได้เล้ย... //^O^//

หูไม่หนวก
Un enfant demande à son grand-père :
- Grand-père tu m'achètes un sandwich au jambon ?
- Quoi ?
- Tu peux m'acheter un sandwich au jambon ?crie le petit.
- Ne crie pas si fort, je suis pas sourd. Vanille ou fraises ?

เด็กชายบอกคุณตาของเขา
« คุณตาคับ ซื้อแซนวิชแฮมให้ผมชิ้นนึงได้มั้ยคับ »
« อะไรนะ »
« คุณตาซื้อแซนวิชแฮมให้ผมชิ้นนึงได้มั้ย » เด็กชายตะโกนเสียงดังขึ้น
« เอ็งไม่ต้องตะโกนเสียงดังอย่างนั้นหรอก ข้าไม่ได้หูหนวกซักหน่อย !
จะเอารสวานิลาหรือสตรอเบอรี่ล่ะ »

อายุคุณยาย

C'est une petite fille qui est avec sa grand mère et elle lui demande:
- dis mamie t'as quel âge toi?
Sa grand mère lui répond:
- Ah ben, tu sais je suis trés vieille et je ne me rappelle plus!
La petite fille lui répond :
- Tu n'as qu'à faire comme moi: je regarde dans ma culotte et il y a écrit 6 ans!"

หลานสาวซึ่งอยู่กับคุณยาย ได้ถามขึ้น
"คุณยายคะ คุณยายอายุเท่าไหร่แล้วค๊ะ"
คุณยายก็ตอบว่า
"เอ่อ...ยายรู้นะว่ายายน่ะแก่มากแล้ว จำไม่ได้แล้วล่ะ"
หลานสาวก็เลยตอบว่า
"คุณยายก็ทำอย่างหนูซิคะ หนูดูในกางเกงใน เนี่ยเขียนว่า 6 ขวบ"

ทิ้งท้ายด้วยรูปภาพสวยๆจากฝรั่งเศส

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

Flan [ขนมน่ากินจัง >O<]

Flan
ส่วนผสม - Ingrédient
1. ไข่ 3 ฟอง เฉพาะไข่แดง – Jaune d’œufs
2. แป้งทาร์ตสำเร็จรูป – Pâte brisée
3. แป้งสาลี 60 กรัม - Farine de blé
4. แป้งข้าวโพด 30 กรัม – maïzena
5. นม 700 มิลลิลิตร - Lait
6. น้ำตาล 130 กรัม – Sucre en poudre
7. กลิ่นวานิลา – Extrait de vanille

วิธีทำ
1.ต้มนมพอเดือดใส่วานิลาลงไปซัก 2-3หยด
2. ตีไข่แดงกับน้ำตาล
3. ใส่แป้งสาลีและแป้งข้าวโพดที่ร่อนรวมกัน
4. เติมนมเย็นลงไปนิดนึง ตีต่อไปเรื่อยๆจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
5. เติมนมร้อนลงไปครึ่งหนึ่ง ตีไปเรื่อยๆ

6. เติมนมร้อนที่เหลือลงไป แล้วเอาไปตั้งไฟ คนต่อไปจนแป้งจับตัวกัน ถึงตอนนี้จะเมื่อยแขนหน่อย เพราะต้องออกแรงคนมากขึ้นหน่อย กวนจนแป้งข้น

7.เทแป้งลงในพิมพ์ที่รองแผ่นแป้งทาร์ตไว้แล้ว อย่าลืมเจาะรูระบายอากาศ

8.อบที่ 180 องศา 1 ชม.

9.เอาออกมาวางไว้ให้เย็น

10. สำหรับทาหน้าให้แวววาวน่าทานขึ้น ละลายน้ำตาล 2 ชต.กับน้ำครึ่งแก้วและผงวุ้น ½ ชช. ไม่ใส่ผงวุ้นเยอะ เพราะไม่งั้นจะกลายเป็นวุ้นแข็งไปเลยค่ะ ต้มให้เดือด พักไว้ให้พออุ่นแต่อย่าให้เย็น ไม่งั้นวุ้นจะแข็งตัวเสียก่อน

11. ราดหน้าขนมให้ทั่ว ใช้แปรงขนมช่วยก็ได้ ทาตรงขอบแป้งด้วยนะคะ เสร็จแล้วก็พักไว้ให้วุ้นแข็งตัว